'ทรัมป์' กลับบ้าน ไร้ข้อตกลงสำคัญกับ 'สี จิ้นผิง' ไร้ข้อตกลงรูปธรรมปม 'การค้า-อิหร่าน' คาดจีนไม่บุก 'ไต้หวัน' ช่วงตนครองตำแหน่ง แต่ 'อนาคตไม่แน่'
ระบุว่า "ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง" เกี่ยวกับท่าทีของสหรัฐฯ ต่อไต้หวันหลังการประชุมสุดยอด แต่ก็ได้เสริมว่า:"ผมจะบอกว่า ผมไม่ได้ต้องการให้ใครแยกตัวเป็นอิสระ และการที่จะต้องเดินทางไกลถึง 9,500 ไมล์เพื่อไปทำสงคราม ผมไม่ได้ต้องการแบบนั้น ผมอยากให้พวกเขาใจเย็นลง ผมอยากให้จีนใจเย็นลง"ส่วนประเด็นเรื่องแพ็กเกจอาวุธ ทรัมป์ กล่าวบนเครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ ฟอร์ซ วัน ว่า เขาได้หารือกับ สี จิ้นผิง เกี่ยวกับการขายอาวุธมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ไต้หวันอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว และมองว่าการทำสงครามห่างออกไป 9,500 ไมล์นั้น ไม่ใช่ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของสหรัฐอเมริกา "ผมยังไม่ได้อนุมัติ เราจะรอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น" ทรัมป์ ย้ำการเยือนปักกิ่งและการประชุมสุดยอดของผู้นำจีนในครั้งนี้ ถูกนักวิเคราะห์มองว่า สิ้นสุดลงโดยไม่มีการประกาศข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมใดๆ ในประเด็นสำคัญ แม้ ทรัมป์ จะกล่าวอ้างว่า "ปัญหาต่างๆ มากมาย" ได้รับการแก้ไขแล้ว และกระทรวงการต่างประเทศของจีนจะออกมาซูฮกยกย่องการประชุมสุดยอดครั้งนี้ว่าเป็น "เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์" ก็ตามแต่ในความเป็นจริง ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสองประเทศยังไม่มีความคืบหน้าสำคัญใดๆ รวมถึงไม่มีความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมจากจีนในการช่วยยุติสงครามอิหร่าน ซึ่งสำหรับ ทรัมป์ แล้ว การเยือนจีนซึ่งเป็นคู่แข่งทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจหลักของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นการเดินทางเยือนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2560 โดยเขากวาดหวังจะสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเพื่อนำไปเพิ่มคะแนนนิยมที่กำลังตกต่ำ ก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งกลางเทอม ของสหรัฐฯ.
ระบุว่า "ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง" เกี่ยวกับท่าทีของสหรัฐฯ ต่อไต้หวันหลังการประชุมสุดยอด แต่ก็ได้เสริมว่า:"ผมจะบอกว่า ผมไม่ได้ต้องการให้ใครแยกตัวเป็นอิสระ และการที่จะต้องเดินทางไกลถึง 9,500 ไมล์เพื่อไปทำสงคราม ผมไม่ได้ต้องการแบบนั้น ผมอยากให้พวกเขาใจเย็นลง ผมอยากให้จีนใจเย็นลง"ส่วนประเด็นเรื่องแพ็กเกจอาวุธ ทรัมป์กล่าวบนเครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ ฟอร์ซ วัน ว่า เขาได้หารือกับสี จิ้นผิง เกี่ยวกับการขายอาวุธมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ไต้หวันอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว และมองว่าการทำสงครามห่างออกไป 9,500 ไมล์นั้น ไม่ใช่ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของสหรัฐอเมริกา "ผมยังไม่ได้อนุมัติ เราจะรอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น" ทรัมป์ ย้ำการเยือนปักกิ่งและการประชุมสุดยอดของผู้นำจีนในครั้งนี้ ถูกนักวิเคราะห์มองว่า สิ้นสุดลงโดยไม่มีการประกาศข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมใดๆ ในประเด็นสำคัญ แม้ทรัมป์จะกล่าวอ้างว่า "ปัญหาต่างๆ มากมาย" ได้รับการแก้ไขแล้ว และกระทรวงการต่างประเทศของจีนจะออกมาซูฮกยกย่องการประชุมสุดยอดครั้งนี้ว่าเป็น "เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์" ก็ตามแต่ในความเป็นจริง ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสองประเทศยังไม่มีความคืบหน้าสำคัญใดๆ รวมถึงไม่มีความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมจากจีนในการช่วยยุติสงครามอิหร่าน ซึ่งสำหรับทรัมป์แล้ว การเยือนจีนซึ่งเป็นคู่แข่งทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจหลักของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นการเดินทางเยือนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2560 โดยเขากวาดหวังจะสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเพื่อนำไปเพิ่มคะแนนนิยมที่กำลังตกต่ำ ก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งกลางเทอม ของสหรัฐฯ




