นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นมากจากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.60 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องมากกว่าที่ประเมินไว้ จนทะลุโซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ ตลาดเงิน ตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่า เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.43 บาทต่อ ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.68 บาทต่อ ดอลลาร์ มองกรอบ เงินบาท วันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.
30-32.60 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง มากกว่าที่เราประเมินไว้ จนทะลุโซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับการทยอยอ่อนค่าลงบ้างของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการปรับตัวลดลงต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบ และจังหวะการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ หลังผู้เล่นในตลาดคลายกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เสี่ยงทวีความร้อนแรงในช่วงนี้ จากท่าทีของทางการสหรัฐฯ ล่าสุดที่ย้ำว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงมีผลบังคับใช้ และทางการสหรัฐฯ จะยังคงเดินหน้าหาทางเจรจาหยุดยิงต่อ แม้ในช่วงระยะสั้นจะเกิดการปะทะทางทะเลระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการ Project Freedom คุ้มกันการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz นอกจากนี้ ความกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ลดลงบ้าง ยังได้หนุนให้ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นของบรรดาธนาคารกลางหลัก โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 20% ที่ FED อาจขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้ ส่วน ECB อาจขึ้นดอกเบี้ยราว 3 ครั้ง และ BOE มีโอกาสราว 70% ที่จะขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งเราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้เงินบาทอาจผันผวนในกรอบ Sideways ที่กว้างได้ อย่างไรก็ดี การพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นของเงินบาท ในช่วงคืนที่ผ่านมานั้น ได้ทำให้โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทอ่อนกำลังลง เพิ่มโอกาสที่เงินบาทอาจทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องได้ หากผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางเพิ่มเติม และปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นจากบรรดาธนาคารกลางหลัก ซึ่งจะหนุนเงินบาท ผ่านการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ และการปรับตัวขึ้นต่อของราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าขึ้นของเงินบาท หากเกิดขึ้นได้จริง อาจมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากในสัปดาห์นี้ เงินบาทจะยังคงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติ ขณะเดียวกัน เรามองว่า หากเงินบาททอยยแข็งค่าขึ้นทดสอบโซนแนวรับ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ อาจเห็นแรงซื้อเงินดอลลาร์บ้างจากบรรดาผู้เล่นในตลาด อย่างฝั่งผู้นำเข้า นอกจากนี้ เรามองว่า บรรดานักลงทุนต่างชาติอาจยังไม่รีบกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ไทย และอาจยังคงเห็นการไหลออกของฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติจากตลาดทุนไทยต่อได้บ้าง ซึ่งจะชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้ อนึ่ง ในเชิงเทคนิคัล เรามองว่า เงินบาทจะมีโซนแนวรับสำคัญในช่วง 32.00 บาทต่อดอลลาร์ แม้ว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทได้อ่อนกำลังลงบ้าง แต่เราคงประเมินว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงอ่อนค่าลงได้ ท่ามกลางแรงกดดันจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติ ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่สูง และพร้อมจะกลับมากดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงเพิ่มเติมได้ทุกเมื่อ หากสถานการณ์ทวีความร้อนแรงมากขึ้น ซึ่งจะสะท้อนผ่านการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของบรรดาธนาคารกลางหลัก ทั้งนี้ เรายอมรับว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัดได้ โดยโซนแนวต้านของเงินบาทยังคงอยู่ในช่วง 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ และมีโซนแนวต้านสำคัญในช่วง 33.00 บาทต่อดอลลาร์ เราคงมองว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง และพร้อมจะขับเคลื่อนตลาดการเงินได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ เงินบาท จะยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk บนความผันผวนที่สูงกว่าปกติ ซึ่งผู้เล่นในตลาดควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง และแม้ว่า เงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่เราจะยังไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มการเคลื่อนไหวของเงินบาท ที่ยังอยู่ในแนวโน้ม “อ่อนค่าลง” หรืออย่างน้อยแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน เมื่อประเมินในเชิงเทคนิคัล ตามกลยุทธ์ Trend-Following จนกว่า จะเห็นเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ใน Time Frame รายสัปดาห์ เราถึงจะปรับมุมมองใหม่ว่า เงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากทั้งความหวังต่อแนวโน้มรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด และมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ทยอยคลายกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางลงบ้าง อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดยังคงไม่รีบเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากนัก เพื่อรอลุ้น ทั้งรายงานผลประกอบการของบรรดาหุ้นในธีม AI/Semiconductor และรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้โดยรวม ดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.81% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้น +1.03% ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ปรับตัวขึ้นราว +0.70% หนุนโดยรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ในช่วงนี้ที่ออกมาดีกว่าคาด ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นยุโรปยังได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor อย่าง ASML +3.5% และมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ทยอยคลายกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางลงบ้าง ทว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นยุโรปยังคงเผชิญแรงกดดันจากแนวโน้มธนาคารกลางยุโรป อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ราว 3 ครั้ง ในปีนี้ ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงเล็กน้อย สู่โซน 4.42% หลังผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ลงบ้าง จากพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อาจไม่ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นและยังพอมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงถูกชะลอไว้แถวโซน 4.40% ท่ามกลางภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดยังคงมีความกังวลอยู่ต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อนึ่ง เราคงมุมมองเดิมว่า การเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะยังคงมีลักษณะ Two-Way ขึ้นกับแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ รวมถึงผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน อย่างไรก็ดี เราคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ และไทย เนื่องจาก หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มทยอยคลี่คลายลงได้ภายในไตรมาส 2 ตามที่เราประเมินไว้จริง เราจะยังคงมุมมองเดิมว่า FED มีโอกาสเดินหน้าลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปลายปีนี้ ส่วน ธนาคารแห่งประเทศไทย อาจคงดอกเบี้ยตลอดปีนี้และปีหน้า ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลง ในลักษณะ Sideways Down หลังผู้เล่นในตลาดคลายกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางลงบ้าง ทว่า เงินดอลลาร์ยังคงผันผวนไปตามการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น พอควร ซึ่งจำกัดทั้งการแข็งค่าขึ้นและอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ ปรับตัวลง สู่โซน 98.3 จุด ในส่วนของราคาทองคำ มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ยังคงมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อาจไม่ได้ทวีความรุนแรงอย่างที่ตลาดได้กังวลก่อนหน้า ได้หนุนให้ ราคาทองคำ ทยอยรีบาวด์สูงขึ้น สู่โซน 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชน โดย ADP ของสหรัฐฯ ในเดือนเมษายน ที่อาจช่วยสะท้อนภาพของยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม ในวันศุกร์นี้ได้ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานยอดสต็อกน้ำมันโดย EIA ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ WTI ได้บ้าง นอกเหนือจากปัจจัยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทางฝั่งเอเชีย ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ ในเดือนเมษายน พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของไทย ในเดือนเมษายน ที่เราคาดว่า อาจเห็นอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เร่งสูงขึ้นสู่ระดับ 2% ตามผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่เร่งราคาพลังงานให้สูงขึ้น ขณะเดียวกัน สภาพอากาศร้อนจัด กอปรกับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจยังคงหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาหมวดอาหารต่อ และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง โดยเฉพาะแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน
เงินบาท ค่าเงิน ดอลลาร์ ตลาดเงิน ธนาคารกรุงไทย
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
เงินบาทแข็งทะลุ 32.50 หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ทรุด ตลาดคาดเฟดลดดอกเบี้ย 3 ครั้งปีนี้เงินบาทแข็งทะลุ 32.50 หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ทรุด ตลาดคาดเฟดลดดอกเบี้ย 3 ครั้งปีนี้ วันที่ 4 สิงหาคม 2568 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์สัปดาห์ก่อนหน้า เงินบาท (USDTHB) ได้พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น “เร็วและแรง” กลับสู่โซนแนวรับแถว 32.
Read more »
เงินบาทอ่อนทดสอบ 32.50 หลังดอลลาร์แข็ง-บอนด์ยีลด์สหรัฐฯพุ่ง นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจเงินบาทอ่อนทดสอบ 32.50 หลังดอลลาร์แข็ง-บอนด์ยีลด์สหรัฐฯพุ่ง นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจ วันที่ 15 สิงหาคม 2568 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลง ทดสอบโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.35-32.
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 10 พ.ย.68 ‘อ่อนค่า‘ ตามราคาทองย่อตัวค่าเงินบาทวันนี้ 10 พ.ย. 68 เปิดตลาด“อ่อนค่า“ ที่ระดับ 32.54 บาทต่อดอลลาร์ “กรุงไทย“ ชี้ตามราคาทองย่อตัว มองกรอบเงินบาทวันนี้ 32.30- 32.50บาทต่อดอลลาร์
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 12 พ.ย.68 ‘ทรงตัว‘ ตลาดยังระมัดระวังค่าเงินบาทวันนี้ 12 พ.ย. 68 เปิดตลาด“ทรงตัว“ ที่ระดับ 32.39 บาทต่อดอลลาร์ “กรุงไทย“ ชี้ตลาดการเงินยังระมัดระวัง มองกรอบเงินบาทวันนี้ 32.30- 32.50 บาทต่อดอลลาร์
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 24 เม.ย.69 ‘อ่อนค่า‘ กัลวงเจรจาหยุดยิงรอบ2ค่าเงินบาทวันนี้ 24 เม.ย.69 เปิดตลาด “อ่อนค่า“ที่ระดับ 32.49 บาทต่อดอลลาร์ “กรุงไทย“ ชี้ตลาดกังวลเจรจาหยุดยิงรอบ2 มองกรอบเงินบาทวันนี้ 32.30 -32.60 บาทต่อดอลลาร์
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 5 พ.ค.69 ‘อ่อนค่า‘ เจราหยุดยิงยังไม่คืบค่าเงินบาทวันนี้ 5 พ.ค.69 เปิดตลาด “อ่อนค่า“ ที่ระดับ 32.73 บาทต่อดอลลาร์ “กรุงไทย“ ชี้เจราหยุดยิงยังไม่คืบหน้า มองกรอบเงินบาทวันนี้ 32.50-32.85 บาทต่อดอลลาร์
Read more »
