ถอดรหัส ‘แบด บันนี’ ในโชว์พักครึ่งของซูเปอร์โบวล์

Canada News News

ถอดรหัส ‘แบด บันนี’ ในโชว์พักครึ่งของซูเปอร์โบวล์
Canada Latest News,Canada Headlines

ระหว่างการแสดงช่วงพักครึ่ง แบด บันนี ได้เฉลิมฉลองเปอร์โตริโก บ้านเกิดของเขา บางทีข้อความสำคัญที่สุดของค่ำคืนนั้นอาจอยู่ที่ตอนท้ายของโชว์ ด้วยคำเพียงสองคำ

ระหว่างการแสดงช่วงพักครึ่ง แบด บันนี ได้เฉลิมฉลองเปอร์โตริโก บ้านเกิดของเขา บางทีข้อความสำคัญที่สุดของค่ำคืนนั้นอาจอยู่ที่ตอนท้ายของโชว์ ด้วยคำเพียงสองคำ การแสดงของแบด บันนี ในช่วงพักครึ่งของซูเปอร์โบวล์ใช้เวลาเพียง 13 นาทีเท่านั้น แต่นักร้องชาวเปอร์โตริโกคนนี้สามารถผสมผสานสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมมากมายเข้าไปได้อย่างลงตัว จนทำให้การแสดงของเขามีความหมายมากกว่าที่เห็น บางทีสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการออกแบบเวทีที่วิจิตรตระการตา และเพลงที่นักร้องวัย 31 ปีเลือกใช้ในการแสดง นั่นก็คือ ช่วงเวลาที่แบด บันนีพูดคุยกับผู้ชมโดยตรง ระหว่างการแสดง นักร้องหยุดพักการแสดงสองครั้งเพื่อพูดคุยกับผู้คนในสนามกีฬาและผู้ชมทางทีวี ซึ่งส่วนใหญ่เขาใช้ภาษาสเปน ภาษาที่เขาใช้ในการแสดงนั้นก่อให้เกิดการถกเถียงกันอย่างมากก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายอนุรักษ์นิยม ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการแสดงช่วงพักครึ่งที่เป็นภาษาสเปน โดนัลด์ ทรัมป์เองก็บ่นว่า “ไม่มีใครเข้าใจที่หมอนี่พูดสักคำ” แท้จริงแล้วคำพูดและภาษาที่แบด บันนีใช้ในการแสดงนั้น เน้นย้ำถึงหนึ่งในข้อความสำคัญที่เขายึดมั่นมาตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพของเขา นั่นคือ การซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ในช่วงครึ่งแรกของการแสดง จู่ ๆ ก็มีนักไวโอลินกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นในฉากหลังที่เป็นไร่อ้อย พวกเขาบรรเลงท่อนอินโทรของเพลง ‘Monaco’ แบด บันนีเดินเข้าไปหาพวกเขา และแนะนำตัวเองต่อหน้ากล้องด้วยชื่อเต็มว่า “เบนิโต อันโตนิโอ มาร์ติเนซ โอกาซิโอ” จากนั้นเขาพูดต่อ “การที่ผมได้มาอยู่ที่ซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 60 ในวันนี้ ก็เพราะผมไม่เคยหยุดเชื่อมั่นในตัวเองเลย คุณก็ควรเชื่อมั่นในตัวเองเช่นกัน คุณมีค่ามากกว่าที่คุณคิด เชื่อผมเถอะ” ด้วยการใช้ชื่อจริงและคงไว้ซึ่งภาษาแม่ของเขา เขาย้ำอีกครั้งว่าเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงบุคลิกหรือสไตล์ของตัวเอง แต่ก็ยังสามารถก้าวขึ้นสู่เวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้ แบด บันนีสื่อสารข้อความว่าทุกคนสามารถบรรลุความฝันได้ หากมีความเชื่อมั่นในตัวเอง และคงความเป็นตัวของตัวเอง ภาษาอังกฤษเพียงประโยคเดียวที่แบด บันนีพูดคือ “God bless America” ซึ่งเป็นการเริ่มต้นฉากที่น่าประทับใจที่สุดของการแสดงของเขา ต่อจากนั้นเขาก็กล่าวถึงชื่อประเทศต่าง ๆ ในอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ แล้วจึงเปลี่ยนกลับไปพูดภาษาสเปน ข้อความนั้นชัดเจน “อเมริกาเป็นมากกว่าแค่สหรัฐอเมริกา” และสอดคล้องกันกับนักเต้นที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งถือธงชาติของแต่ละประเทศ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวของซีกโลก สองคำสั้น ๆ ที่นักร้องเอ่ยออกมาในช่วงท้ายของการแสดงนั้น กลับสร้างความประทับใจอย่างมาก นั่นคือ “Seguimos aqui” ซึ่งแปลคร่าว ๆ ว่า “เรายังอยู่ที่นี่” แบด บันนีเคยใช้สโลแกนนี้มาก่อนเมื่อต้นปีที่แล้ว เพื่อโปรโมตอัลบั้มเพลงล่าสุดของเขา ‘DeBÍ TiRAR MáS FOToS’ สองวันก่อนวางจำหน่ายอัลบั้มก็มีการปล่อยวิดีโอสั้นเรื่องหนึ่งออกมา ซึ่งเล่าเรื่องราวของชายชราคนหนึ่งในเปอร์โตริโก ในคลิปนั้นเขาหยิบรูปถ่ายออกมาและรำลึกถึงวันเวลาที่ล่วงเลย ฉากเปิดเรื่องแสดงให้เห็นความงามตามธรรมชาติของเกาะในทะเลแคริบเบียน และปลุกเร้าความรู้สึกคิดถึงอดีต ก่อนที่จะตัดฉากอย่างกะทันหัน – ชายชราคนนั้นเดินผ่านละแวกบ้านไปยังร้านเบเกอรีในท้องถิ่น สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นบนเกาะ ซึ่งเป็นหนึ่งในธีมหลักของอัลบั้มแบด บันนี ทันใดนั้นชายชราก็ถูกล้อมรอบด้วยชาวต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษ และร้านเบเกอรีรับชำระค่าสินค้าเฉพาะด้วยบัตรเท่านั้น เนื่องจากชายชรามีแต่เงินสดติดตัว ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นคนท้องถิ่นเปอร์โตริโกจึงจ่ายเงินแทนเขา ขณะที่ก้าวเดินออกจากร้าน หนุ่มคนนั้นตะโกนบอกชายชราว่า “Seguimos aqui” เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าวัฒนธรรมท้องถิ่นต่อต้าน ไม่ปล่อยให้ถูกกดขี่ ยืนหยัดท้าทายปัญหาและอิทธิพลจากภายนอกทั้งหมดด้วยเอกลักษณ์ของตนเอง ในบริบทของการแสดงบนเวทีซูเปอร์โบวล์ และบรรยากาศที่เป็นปรปักษ์ต่อผู้อพยพชาวลาตินมากขึ้นเรื่อย ๆ นั้น แบด บันนีบรรจงวางถ้อยคำสองคำนั้นได้อย่างชาญฉลาด เขาใส่คำเหล่านั้นไว้ท้ายสุดของรายชื่อประเทศต่าง ๆ ซึ่งปิดท้ายด้วยบ้านเกิดของเขา…เปอร์โตริโกเขาแค่อยากจะพูดตรง ๆ แต่แล้วเขาก็พูดจาตรงไปตรงมาเกี่ยวกับอดีตแฟนสาวของเขาเสียเหลือเกิน หลังจากห่างเหินกันไปหลายปี เซย์น มาลิค ก็ได้พูดถึงความสัมพันธ์ครั้งเก่าของเขากับซูเปอร์โมเดล-จีจี ฮาดิด ซึ่งนั่นไม่ใช่การพูดจาที่สุภาพนัก เมื่อเวลาผ่านไป คนเราอาจมองสิ่งต่าง ๆ แตกต่างออกไป คนส่วนใหญ่คงเคยมีประสบการณ์แบบนี้ และแน่นอนว่าสิ่งนี้สามารถนำไปใช้กับความสัมพันธ์ที่เราสร้างขึ้นตลอดชีวิตได้เช่นกัน แต่เมื่อมุมมองต่อบางสิ่งเปลี่ยนไป คำถามก็ยังคงอยู่ เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่า เราควรพูดถึงอะไร และอะไรที่เราควรละไว้โดยไม่พูด เซย์น มาลิค อดีตนักร้องวง One Direction วัย 33 ปี ออกมาพูดถึงความสัมพันธ์ในอดีตกับนางแบบ จีจี ฮาดิด วัย 30 ปี และดูเหมือนว่าเขาจะตอบคำถามนั้นด้วยตัวเองแล้วว่า “ผมมักจะพูดถึงทุกเรื่องที่นึกขึ้นได้” มาลิคนั่งอยู่บนโซฟาสีแดง สวมเสื้อฮูดสีน้ำตาล ขณะร่วมในรายการของพอดแคสต์ซีรีส์ ‘Call Her Daddy’ เขาเริ่มด้วยการพูดคุยเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องความรักของเขา มาลิคบอกว่ามันเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จนถึงตอนนี้ก็ดูไม่มีอะไรผิดปกติ แต่เมื่อมองย้อนไปถึงช่วงเวลาที่อยู่กับจีจี ฮาดิด เขาก็เผยว่า “ตอนนั้นผมอาจคิดว่ามันคือความรัก แต่ต่อมาผมก็รู้ว่า บางทีมันอาจไม่ใช่” เขาและฮาดิดคบกันตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2021 และมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนชื่อ ไค ซึ่งเกิดเมื่อปี 2020 ถ้าไม่ใช่ความรักแล้วมันคืออะไรล่ะ? “บางทีอาจจะเป็นแค่ความใคร่” มาลิคตอบพลางขมวดคิ้ว และเพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาได้ก้าวผ่านอดีตไปแล้ว เขาจึงพูดเสริมเกี่ยวกับอดีตแฟนสาวว่า แน่นอน เขาจะยัง “รัก” ฮาดิดเสมอ เธอคือ “เหตุผลที่ลูกของผมได้เกิดมาในโลกนี้ และผมเคารพเธออย่างที่สุด” จากนั้นเขาก็ปิดท้ายการแสดงความเคารพต่อเหตุผลที่ลูกสาวของเขาเกิดมาด้วยคำพูดว่า “ผมจะยังรักเธอเสมอ แต่ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผมเคยรักเธออย่างแท้จริงหรือเปล่า” ใครได้ยินอย่างนั้นแล้วก็คงคิดเหมือนกันว่า ขอบคุณสำหรับความซื่อสัตย์และจริงใจ ต่อจากนี้ไปเราคงจะตั้งตารอครั้งต่อไปที่เซย์น มาลิคอยากจะพูดอะไรดี ๆ เกี่ยวกับใครสักคนอีก และภาวนาขอให้เป็นคนอื่น ไม่ใช่เรา.

'ใบเตย อาร์สยาม' ห่วงน้องชาย เสียรู้มิจฉาชีพ 2 แสนฉลองครบรอบอายุ 23 ปีไปอย่างอบอุ่น สำหรับ “ไมกี้-ปณิธาน บุตรแก้ว” ที่งานนี้ขอชวนแฟน ๆ มารวมตัวใน Mikey’s Afternoon Fiesta : The Solstice Birthday Party ปาร์ตี้เล็ก ๆ ที่ได้มอบความสุขแบบจัดเต็ม ณ Phenix Auditorium Hall ท่ามกลาง แฟน ๆ ที่มาสร้างความทรงจำร่วมกัน

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

thaipost /  🏆 62. in TH

 

Canada Latest News, Canada Headlines



Render Time: 2026-04-04 05:37:19